ความเข้าใจการลงทุน (Investments) คืออะไร ก่อนการลงทุน

หลายท่านอยากจะเริ่มต้นลงทุน แต่เราต้องรู้อะไรก่อน ความเข้าใจการลงทุน มีหรือยัง จะลงทุนกับอะไร มีวิธีลงทุนแบบไหนบ้าง ต้องรู้ก่อนว่าเราลงทุนเพื่ออะไร และรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้มาทำความเข้าใจการลงทุนกัน 

การลงทุน คือ การนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปดำเนินการในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์เพื่อให้ได้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต จะต้องทำความเข้าใจการลงทุน ว่า เป็นการออมประเภทหนึ่งเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกการลงทุนย่อมมีความเสี่ยง นอกจากการได้กำไรจากการลงทุนแล้วเราอาจขาดทุนได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อตัดสินใจที่จะลงทุนแล้วเราต้องพิจารณาให้รอบคอบและศึกษาหาข้อมูลอย่างดี เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คาดหวังเอาไว้ และเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุน ฉะนั้นการลงทุนโดยไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจในเรื่องของความเสี่ยงและการเลือกลงทุนที่ดี ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด โปรดทำ ความเข้าใจการลงทุน ทุกครั้ง

การลงทุน (Investments) แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ  

1.Tangible Investment เป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตนเห็นประโยชน์จากการใช้อย่างชัดเจน ได้แก่ การลงทุนซื้อที่ดิน บ้าน อาคาร ทองคำ และเครื่องประดับต่างๆ โดยเราสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่เราลงทุนเป็นเจ้าของได้อย่างเต้มที่โดยตรง 

2.Intangible Investment เป็นการลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่เห็นประโยชน์จากการใช้โดยตรง ได้แก่ การลงทุนในธนบัตร ตราสารหนี้ หุ้น หรือกองทุนรวมประเภทต่างๆ โดยผู้ซื้อมีสิทธิเรียกร้อง และมีโอกาสได้ผลตอบแทนจากการถือกรรมสิทธิ์ในตราสารเหล่านี้ 

การลงทุนมีความสัมพันธ์กับผลตอบแทนและความเสี่ยง จากการที่เราตัดสินใจลงทุนก็เพื่อคาดหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงเท่านี้เท่านั้น แต่ในบางครั้งผลที่ออกมาก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ดังนั้นจะต้องเข้าใจและยอมรับถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต 

ความเข้าใจการลงทุน คืออะไร

ผลตอบแทนจากการลงทุนมีรูปแบบ ดังนี้ 

1.กำไรจากการซื้อ-ขายหุ้น เช่น เราลงทุนซื้อหุ้นสามัญเอาไว้ ต่อมาหุ้นดังกล่าวมีราคาที่สูงขึ้น แล้วได้ทำการขายออกไป เราจะได้กำไรจากผลต่างของราคาหุ้นดังกล่าว 

2.รายได้ตามปกติ เช่น กรณีที่เราซื้อตราสารหนี้ พันธบัตร หรือลงทุนในหุ้นต่างๆ  เมื่อถึงเวลาที่กำหนดเราจะได้รับเงินปันผลหรือดอกเบี้ยตามที่บริษัทได้ระบุไว้ 

3.ค่าเช่า เช่น ที่ดิน บ้าน อพาร์ตเมนท์ คอนโด ที่อยู่อาศัย จากการที่เราลงทุนซื้อทรัพย์สินเหล่านี้ เมื่อนำไปให้ผู้อื่นเช่า เราจะมีรายได้เป็นค่าเช่าจากการให้เช่าสินทรัพย์ดังกล่าว 

เมื่อพูดถึงเรื่องผลตอบแทนเราต้องถามตัวเองว่าต้องการได้รับผลตอบแทนเท่าไหร่ เป็นกี่เปอร์เซ็นต์ดี โดยต้องคำนึงถึงอัตราเงินเฟ้อด้วย เพราะเงินเฟ้อนั้นมีผลกระทบต่อผลตอบแทนในการลงทุน 

การลงทุนแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ 

-การลงทุนโดยตรง คือ การใช้เงินออมหรือเงินรายได้ของตนเองไปทำกิจการใดกิจการหนึ่ง โดยดำเนินงานและตัดสินใจต่างๆด้วยตัวเองเพื่อให้เกิดผลกำไรตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือทรัพย์สินอื่นๆ 

-การลงทุนทางอ้อม คือ การเอาเงินออมของตนเองไปลงทุนผ่านสถาบันต่างๆ โดยสถาบันเหล่านั้นเป็นผู้ดำเนินงานและตัดสินปัญหาต่างๆแทนทั้งหมด ถ้าสถาบันนั้นดำเนินการแล้วเกิดผลกำไรขึ้นจะต้องนำรายได้เหล่านั้นมาจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับผู้ลงทุนในอัตราต่างๆที่ได้ตกลงกันไว้ เช่น กองทุนรวม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น 

ทางเลือกในการลงทุนจะต้องพิจารณาองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ปัจจัยเหล่านี้ 

1.สภาพคล่องของเงินลงทุน 

2.ระดับความเสี่ยงในการลงทุน 

3.อุปนิสัยของผู้ลงทุน 

4.ขนาดของจำนวนเงินที่ลงทุน 

5.การกระจายเงินลงทุน 

6.ผลตอบแทนจากการลงทุน 

การตัดสินใจลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องพิจารณาปัจจัยข้างต้นนี้ร่วมด้วย โดยไม่มุ่งพิจารณาองค์ประกอบใดองค์ประหนึ่งเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเป็นไปตามที่คาดหวังเอาไว้ เมื่อตัดสินใจลงทุนในรูปแบบใดก็ตาม จะเป็นการลงทุนโดยตรงหรือเป็นการลงทุนโดยทางอ้อม สิ่งสำคัญที่ต้องพัฒนาเป็นอันดับแรกคืออัตราผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนนั้นๆ ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ความเสี่ยงและความสะดวกสะบายในการลงทุน และพิจารณากำหนดวงเงินที่จะลงทุนด้วย 

หลักการลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงของเงินลงทุน โดยไม่เลือกลงทุนในรูปแบบใดหรือในรูปแบบหนึ่งเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ ควรเลือกลงทุนผสมกันในรูปแบบที่มีความเสี่ยงต่ำ ปานกลาง และสูง สำหรับผู้ลงทุนที่มีเงินทุนจำนวนจำกัดซึ่งไม่สามารถกระจายเงินทุนไปได้ มีความจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการลงทุนเป็นประการสำคัญ 

คำเตือนและข้อปฏิบัติในการลงทุน 

1.ควรมีความรู้ก่อนลงทุน เพราะความไม่รู้คือความเสี่ยงที่สูงที่สุด 

2.พิจารณาผลตอบแทน (Return) และความเสี่ยง (Risk) คู่กันเสมอ การวิเคราะห์ผลตอบแทนในด้านเดียวโดยไม่สนใจความเสี่ยง จะก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหลงไปกับผลตอบแทนที่สูงดูน่าลงทุน 

3.ควรลงทุนอย่างสมดุล ไม่ประมาทและไม่โลภเกินไป ในขณะเดียวกันไม่กลัวจนเกินไปด้วย เพราะการกลัวไม่ยอมลงทุนอาจทำให้ไม่ได้รับผลตอบแทนเพียงพอตามที่ควรจะได้ 

4.ควรกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม การลงทุนไปในหลักทรัพย์หลายประเภทนั้น เป็นวิธีช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างดีในระดับหนึ่ง 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *