ทำความรู้จักกองทุน ETF คืออะไร และมีข้อดียังไง

สำหรับนักลงทุนมือใหม่นั้น ที่ยังไม่มีเวลาหรือยังไม่มีประสบการณ์ลงทุนที่มากพอ สามารถใช้กองทุน ETF เป็นจุดเริ่มต้นของการลงทุนได้ เนื่องจากใช้เงินลงทุนไม่มาก และยังมีการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้เป็นอย่างดี โดยผลตอบแทนเฉลี่ยนั้นจะล้อไปตามผลตอบแทนของดัชนีต่างๆ เรามา ทำความรู้จักกองทุน ETF กัน 

ทำความรู้จักกองทุน ETF

ETF ย่อมาจาก Exchange Traded Fund คือ กองทุนรวมดัชนีที่จดทะเบียนซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ 

ทำความรู้จักกองทุน ETF คือ กองทุนรวมเปิดที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เปรียบเสมือนหุ้นตัวหนึ่ง โดยกองทุน ETF จะให้ผลกำไรใกล้เคียงกับการลงทุนความเสี่ยงสูง เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ น้ำมัน หรือการลงทุนในต่างประเทศ แต่เป็นการลงทุนแบบกระจายความเสี่ยง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก และมีผู้จัดการกองทุนทำหน้าที่บริหารเงินลงทุนให้เหมือนซื้อกองทุนรวม 

้อดีของการลงทุนกองทุน ETF 

1.อำนวยความสะดวก 

เป็นตัวช่วยในการซื้อหุ้นที่เราไม่สะดวกซื้อเอง เช่น จะซื้อหุ้นต่างประเทศ การเปิดบัญชีและขั้นตอนการดำเนินการระหว่างประเทสยุ่งยาก แต่ถ้าเราซื้อกองทุน ETF ที่ให้ผลประกอบการใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับดัชนีของต่างประเทศ จึงมีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนเหมือนลงทุนต่างประเทศ แต่ไม่ต้องทำธุรกรรมข้ามประเทศเอง ซึ่งช่วยประหยัดเวลา ประหยัดค่าธรรมเนียม และอำนวยความสะดวก 

2.ซื้อขายสะดวก คล่องตัว 

กองทุน ETF สามารถซื้อ-ขายผ่าน บล. ได้ตลอดเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ โดยสามารถซื้อขายผ่านทางเคาน์เตอร์ บล.  ผ่านทางเว็บไซต์ หรือโทรศัพท์ 

3.รู้ความเคลื่อนไหวของราคาตลอดเวลา (Real Time) 

สามารถซื้อขายหน่วยลงทุนได้ในราคาที่เราเห็น ณ ตอนนั้นเลย ไม่ต้องรอลุ้นปิดตลาดตอน 5 โมงเย็นเหมือนกองทุนรวม ทำให้เราซื้อ-ขายกองทุนได้ในราคาที่เราพอใจ 

**ราคาของกองทุน ETF จะขึ้นลงตามตลาด อ้างอิงจากดัชนีของสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุนด้วย 

ข้อจำกัดของกองทุน ETF 

1.กระจายความเสี่ยง แต่ยังจัดว่าเสี่ยงอยู่ 

แม้กองทุน ETF จะมีข้อดี แต่ก็ยังมีความเสี่ยงเหมือนกับหุ้น คือมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง เช่น ความเสี่ยงของตลาดที่อาจมีความผันผวนจากการเปลี่ยนแปลงของภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเงิน หรือความเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ที่กองทุน ETF เข้าไปอ้างอิง ผู้ลงทุนต้องมั่นใจในระดับหนึ่งว่า การลงทุนในด้านนี้จะให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต จึงจะคุ้มค่าเสี่ยงลงทุนกองทุน ETF 

2.ลงทุนแบบหวังผลกลางๆ อาจได้ผลตอบแทนกลับมาไม่จุใจเท่ากองทุนรวมหุ้น 

กองทุน ETF มีนโยบายลงทุนแบบ Passive Fund คือลงทุนให้ได้ตามดัชนีอ้างอิงเท่านั้น ไม่ได้มุ่งให้เกิดผลกำไรชนะตลาด ดังนั้นถ้าอยากได้ผลกำไรสูงชนะตลาด อาจจะต้องไปลงทุนกองทุนรวมหุ้นเลย ซึ่งจะมีกองทุนที่ใช้นโยบาย Active Fund ให้ได้เลือก โดยจะได้ผลตอบแทนดีกว่า Passive Fund ที่ลงทุนด้านเดียว 

3.กองทุน ETF ส่วนใหญ่มีนโยบายจ่ายปันผล 

การจ่ายปันผลทำให้ผลตอบแทนโดยรวมในระยะยาวนั้น น้อยกว่ากองทุนรวมที่ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล 

ราคาของกองทุน ETF 

การกำหนดราคาของ ETF จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ 

1.ราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Offer) ที่ปรากฎอยู่บนกระดานซื้อขาย ETF ราคานี้จะถูกกำหนดโดยความต้องการซื้อ และความต้องการขายของผู้ลงทุน ETF ในตลาด 

2.มูลค่าต่อหน่วย บริษัทจัดการที่เป็นผู้จัดการกองทุน ETF จะคำนวณและรายงานมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณทุก 15 วินาทีตลอดเวลาทำการซื้อขาย ซึ่งมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยประมาณเรียกว่า Indicative NAV (INAV) หรือ Intraday Indicative Value (IIV) 

ขั้นตอนการเลือก ETF 

1.ลงทุนในอะไร ต้องเลือกก่อนว่าจะลงทุนในประเทศหรือต่างประเทศ กองทุนลงทุนกับสินทรัพย์ประเภทใดเป็นหลัก เช่น ตลาดหุ้น ทองคำ พลังงาน เป็นต้น โดยต้องดูว่าช่วงเวลานั้นกลุ่มอุตสาหกรรมใดมีแนวโน้มเติบโต 

2.เลือกรูปแบบการลงทุน ต้องดูรายละเอียดการลงทุนของแต่ละกองว่า 

-ให้ผลตอบแทนอย่างไร 

-สัดส่วนการลงทุนเป็นอย่างไร 

3.ดูผลประกอบการย้อนหลัง ควรดูผลประกอบการของกองทุนย้อนหลัง 3-5 ปี เพื่อดูว่ากองทุนนี้มีจังหวะการขึ้นลงของราคาเป็นอย่างไร การแกว่งตัวของราคามากหรือน้อย มีความเสถียรหรือไม่ การดูกราฟย้อนหลังจะทำให้รู้ว่า ระยะขึ้นลงของกองทุน 1 รอบอยู่ในช่วงระยะเวลากี่ปี ช่วงที่ดีที่สุดและช่วงตกต่ำที่สุดคือราคาเท่าไหร่ และช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะที่จะซื้อได้แล้วหรือยัง 

4.พิจารณาสภาพคล่อง สภาพคล่องเป็นเรื่องสำคัญในการลงทุนกองทุน ETF เพราะราคาซื้อขายอ้างอิงกับราคาหลักทรัพย์ ถ้ากองทุนไหนเป็นที่ต้องการหรือมีคนคนใจเยอะ เมื่อซื้อไว้แล้วเวลาขายก็ขายง่าย ได้ราคาตามที่หวัง เรียกว่ากองทุนนั้นมีสภาพคล่องน่าลงทุนหรือซื้อเก็บไว้ 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *