สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนซื้อกองทุนรวม Mutual Fund

ถึงแม้ว่า การลงทุนกับการทุนรวมจะมีระดับความเสี่ยงไม่มากเท่ากับการเล่นหุ้น แต่ถ้าเราลงทุนกับอะไรแล้วไม่ได้ศึกษาทำความเข้าใจ ก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงเช่นกัน เพราะทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ ดังนั้น สิ่งที่ต้องรู้ ก่อนที่จะซื้อกองทุนรวมนั้นมีอะไรบ้าง 

1.NAV คืออะไร 

NAV ย่อมาจาก Net Asset Value แปลว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ คือ มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น สิ่งที่ต้องรู้ รวมทั้งผลประโยชน์ต่างๆ ที่กองทุนรวมได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนรวมแล้ว โดย NAV คำนวณจาก 

มูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด = รายได้ค้างรับ + เงินสด – หนี้สิน 

แต่ NAV ที่เป็นมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนบอกได้เพียงขนาดของกองทุนว่า ใหญ่หรือเล็ก แต่ไม่สามารถสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงของกองทุนได้ สิ่งที่แสดงถึงผลการดำเนินงานคือการเติบโตของ NAV การเติบโตดูได้จากการเปรียบเทียบมูลค่าปัจจุบันกับมูลค่าในอดีตของ NAV ต่อหน่วย เพราะ NAV ทั้งหมดมีมูลค่ามาก เปรียบเทียบตัวเลขลำบาก โดยคำนวณให้เป็น NAV ต่อหน่วยที่เป็นตัวเลขมูลค่าน้อยจะเปรียบเทียบได้ง่ายกว่า ซึ่งคำนวณได้โดยนำมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มาหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุนนั้น 

มูลค่าต่อหน่วย (NAVต่อหน่วย) = มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ÷ จำนวนหน่วยลงทุน 

โดยค่า NAV และ NAV ต่อหน่วย ทาง บลจ.ที่เป็นผู้ออกกองทุนนั้นจะคำนวณทุกวัน หลังจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดทำการในแต่ละวัน และประกาศอย่างเป็นทางการในหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์ของ บลจ. โดย NAV แต่ละวันจะประกาศในเวลา 20.00 น. ที่สำคัญ “NAV ต่อหน่วย” ไม่ใช่ราคาซื้อ-ขาย แต่เป็นตัวกำหนดราคาซื้อขายหน่วยลงทุน ราคาซื้อกับราคาขายจะใกล้เคียงกับ NAV ต่อหน่วย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบอกผลการดำเนินงานของกองทุนรวม 

สิ่งที่ต้องรู้

2.ราคาซื้อ-ขาย ดูอย่างไร 

ในการซื้อ-ขายกองทุน มีอยู่ 3 คำ 3 ราคา ที่ต้องรู้จัก คือ 

1.มูลค่าหน่วยลงทุน ( NAV ต่อหน่วย ) 

2.ราคาขาย ( Offer ) 

3.ราคารับซื้อคืน ( Bid ) 

เวลาที่เราต้องการซื้อหน่วยลงทุน ให้ดูที่ราคาขาย ( Offer ) เพราะเป็นราคาที่บริษัทจัดการกองทุนใช้สำหรับขายหน่วยลงทุนให้เรา ราคาขายจะคิดจากมูลค่าหน่วยลงทุน รวมราคาค่าธรรมเนียมและค่าจัดการต่างๆของกองทุน เพราะฉะนั้นราคาขายจะสูงกว่า NAV ต่อหน่วยนิดหน่อย ในทางกลับกันเมื่อต้องการจะขายคืนหน่วยลงทุนให้ดูที่ราคารับซื้อคืน ( Bid ) ซึ่งเป็นราคาที่บริษัทจัดการกองทุนใช้สำหรับรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากเรา โดยทั่วไปราคา Bid มักจะต่ำกว่า Offer หรือราคาขายเสมอ 

3.เวลาซื้อ-ขาย 

บลจ. ในเครือธนาคาร 

โดยทั่วไปจะซื้อได้ตั้งแต่ธนาคารเปิดจนถึงเวลาบ่ายสามโมงครึ่งเท่านั้น ยกเว้นบาง บลจ. ที่มีเวลาซื้อขายเฉพาะของกองทุนนั้นๆ ดังนั้น ก่อนที่จะซื้อกองทุนควรตรวจสอบเวลาซื้อ-ขายให้ดี 

บลจ. ที่ไม่ได้อยู่ในเครือธนาคาร 

เวลาในการซื้อขายจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของ บลจ. นั้นๆ แต่โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 9.00-15.00 น. ซึ่งเราต้องศึกษาข้อมูลตรงนี้ก่อนที่จะซื้อกองทุนนั้นๆ ด้วย 

4.ค่าธรรมเนียมกองทุนรวม 

แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 

1.ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุน 

เช่น ค่าธรรมเนียมการในซื้อ ขาย หรือสับเปลี่ยนกองทุน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งจะเก็บทันทีที่เรา ซื้อ-ขาย หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน โดยจะรวมอยู่ในราคาซื้ออยู่แล้ว ส่วนการสับเปลี่ยนกองทุนอาจจะคิดค่าธรรมเนียมหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน 

2.ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากกองกลางในกองทุน 

เป็นค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ ค่าทักษะฝีมือผู้จัดการกองทุน ค่าดูแลทรัพย์สินของกองทุน บุคลากรต่างๆ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในกองทุน (คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีของ NAV) ค่าธรรมเนียมส่วนนี้จะหักออกทุกวัน จากทรัพย์สินสุทธิของทั้งกองทุนรวม หรือหักออกจากเงินกองกลางของทุกคนที่ลงทุน 

5.สภาพคล่อง 

สภาพคล่องในการลงทุน มีความหมายแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ได้แก่ 

1.ความสามารถในการเปลี่ยนเป็นเงินสด 

ยิ่งเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วถือว่ามีสภาพคล่องดี เช่น เรามีเงินลงทุนในกองทุนรวม สามารถขายหน่วยลงทุนเป็นเงินสดได้ภายในไม่กี่วัน 

2.ปริมาณการซื้อ-ขาย 

ถ้าสิ่งที่เราลงทุนนั้นซื้อ-ขายคล่อง ถือว่ามีสภาพคล่องดี เช่น เราลงทุนในกองทุนรวม สามารถซื้อ-ขายกับ บลจ.ได้โดยตรงทุกวันเวลาทำการ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนซื้อ หรือจะซื้อแล้วไม่มีคนขาย แบบนี้ถือว่ากองทุนรวมนั้นมีสภาพคล่องสูง ต่างกับการลงทุนในหุ้น (บางตัว) โดยตรงหรือกองทุนปิด ซึ่งอาจจะมีปริมาณการซื้อ-ขายต่อวันน้อยมาก บางครั้งเราอยากซื้อแต่ไม่มีคนขาย หรือเราจะใช้เงินนแต่ขายไม่ได้ ถือว่ามีสภาพคล่องต่ำ 

3.ปริมาณเงินสดที่มีเพียงพอต่อการใช้จ่าย 

ควรเก็บเงินสำรองไว้ 3-6 เท่า ของค่าใช้จ่าย เพื่อให้เรามีสภาพคล่องที่ดี เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน หรือในทางตรงข้าม บริษัทที่ประสบปัญหาทางการเงิน มีเงินสดไม่พอจ่ายเงินเดือนพนักงาน ถือว่าบริษัทนี้มีสภาพคล่องที่แย่ 

6.ผลประกอบการ vs ผลตอบแทน 

ผลประกอบการกับผลตอบแทน เป็นรายได้ที่เกิดจากการลงทุนเหมือนกัน แต่มีรายละเอียดต่างกัน 

ผลประกอบการ คือ รายได้ที่ บลจ. ได้รับจากการลงทุน เช่น เงินปันผลจากหุ้นที่กองทุนไปลงทุน เช่น ค่าเช่า ดอกเบี้ย ส่วนต่างราคาหุ้นหรือพันธบัตร โดยรายได้ที่เป็นผลประกอบการนี้ จะเก็บเงินเข้ากองกลางเป็น NAV ของกองทุนรวม 

ผลตอบแทน คือ รายได้ที่คนที่ซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนจะได้รับจากการซื้อหน่วยลงทุน เช่น เงินปันผลจากกองทุน หรือส่วนต่างราคา เมื่อขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมนั้น 

7.หนังสือชี้ชวน คืออะไร 

คือ หนังสือที่ บลจ. เป็นผู้ออก เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของกองทุนให้นักลงทุนทราบ โดยเนื้อหาข้างในจะบอกราบละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับกองทุนรวมที่เราสนใจซื้อ เช่น ประเภทกองทุน นโยบายการลงทุน ความเสี่ยง ดัชนีเปรียบเทียบ เป็นต้น เป็นข้อมูลทุกอย่างที่ต้องรู้ และต้องใช้เลือกในการลงทุนอยู่ในหนังสือชี้ชวนนี้ โดยหนังสือชี้ชวนมีอยู่ 3 ส่วน คือ 

-ส่วนรับรองความถูกต้อง 

-ส่วนสรุป 

-ส่วนข้อมูลสำคัญการลงทุน 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *